
หลายคนคงเคยประสบปัญหาสิวไม่มีหัวที่มีลักษณะเป็นตุ่มแข็ง ๆ อยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของสิวอักเสบชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “สิวเป็นไต” ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นในภายหลัง
ทำความรู้จักสิวเป็นไตคืออะไร?
สิวเป็นไต หรือ Nodular Acne เป็นสิวอักเสบไม่มีหัวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็งอยู่ใต้ผิวหนัง โดยไม่มีหัวสิวให้เห็น เมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงก้อนแข็งที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิว บางรายอาจมีอาการเจ็บเมื่อกดโดน สิวชนิดนี้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของสิวอักเสบ (Inflammatory Acne) มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดงคล้ายสิวหัวช้างแต่มีขนาดเล็กกว่า สามารถพบได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอาจลุกลามกลายเป็นสิวอักเสบรุนแรงและทิ้งรอยแผลเป็นได้
สิวไตกับสิวหัวช้างต่างกันอย่างไร?
ถึงแม้ว่า สิวไต กับ สิวหัวช้าง จะมีลักษณะที่เป็น สิวไม่มีหัว บวมนูน อักเสบเหมือนกัน แต่สิวทั้งสองรูปแบบนี้มีความแตกต่างกันที่ระดับความรุนแรงของอาการ ดังนี้
- สิวไต มีการอักเสบที่รุนแรงน้อยกว่า และมีขนาดสิวเล็กกว่าสิวหัวช้าง เมื่อสัมผัสจะพบว่า สิวไต มีความแข็งอย่างมาก ไม่สามารถบีบออกได้
- สิวหัวช้าง จะให้ความรู้สึกเจ็บปวดมาก ภายในอาจพบหนอง หรือ ซีสต์เทียม (Pseudocysts)
สำหรับคนที่สงสัยว่า สิวหัวช้างกี่วันหาย? คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับวิธีในการรักษาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล บางคนอาจใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน บางคนอาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป
สิวไตเกิดจากสาเหตุอะไร?
สิวไม่มีหัวเป็นไตเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายและพฤติกรรมการดูแลผิว ดังนี้
เชื้อแบคทีเรีย

เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการอักเสบของสิว โดยเชื้อชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะที่มีไขมันมาก เมื่อมีการสะสมของไขมันในรูขุมขน เชื้อแบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนและปล่อยเอนไซม์ Lipase ที่สามารถย่อยไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) ซึ่งจะแทรกซึมลงไปในชั้นผิวหนังลึกและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง นำไปสู่การเกิดตุ่มแข็งใต้ผิวหนังที่เรียกว่าสิวไต
ฮอร์โมน
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนแอนโดรเจน อาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันหรือไขผิวหนัง (Sebum) ออกมามากเกินไป จะกลายเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes ทำให้สิวเกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างมาก ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันหรือซีบัมออกมามากกว่าปกติ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสิวไต
รูขุมขนอุดตัน

เมื่อมีการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไขมัน และสิ่งสกปรกในรูขุมขน รวมถึงเกิดกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่ผิดปกติ จะทำให้เซลล์ผิวตายไม่หลุดออกไปตามธรรมชาติ แต่กลับสะสมอยู่ภายในรูขุมขน เมื่อรวมกับน้ำมันที่ผลิตมากเกินไป อาจทำให้เกิดการอุดตันจะทำให้เกิดการอุดตันและนำไปสู่การเกิดสิวผดและสิวชนิดอื่น ๆ ได้
ต่อมไขมัน

บริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น T-Zone (หน้าผาก จมูก และคาง) อาจพบสิวเป็นไตได้บ่อย เนื่องจากมีการผลิตน้ำมันมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า บริเวณ T-zone จะเกิดการสะสมของน้ำมันขึ้นมากโดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวผสม
การอักเสบและการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน
เมื่อเกิดการอุดตันของรูขุมขน ร่างกายจะตอบสนองด้วยการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านการอักเสบ ในบางครั้งการตอบสนองนี้อาจรุนแรงเกินไป อาจทำให้เกิดการอักเสบที่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง หากรูขุมขนที่อุดตันเกิดการอักเสบมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดการแตกออกของรูขุมขน ก็จะทำให้สารต่าง ๆ ภายในรูขุมขนรั่วไหลออกมาสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ ยิ่งทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงมากขึ้นและกลายเป็นตุ่มแข็งใต้ผิวหนังที่เรียกว่าสิวไต
การก่อตัวของเซลล์ผิวหนังบริเวณรูขุมขน

การเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติบริเวณรูขุมขนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวไต เมื่อเซลล์ผิวหนังมีการแบ่งตัวและสร้างใหม่มากเกินไป จะทำให้เกิดการหนาตัวของผิวหนังชั้นหนังกำพร้าบริเวณรูขุมขน เซลล์ผิวที่มากเกินไปนี้จะรวมตัวกับไขมันและเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอุดตันและนำไปสู่การอักเสบในที่สุด
โดยปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังมากเกินไปอาจเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือปัจจัยภายใน เช่น ความเครียด ซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวมากขึ้น
การทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย
การทำความสะอาดผิวที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวไต การล้างหน้าที่ไม่สะอาดเพียงพอทำให้มีสิ่งสกปรก เหงื่อ ไขมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้วตกค้างบนผิวหนัง ซึ่งจะอุดตันรูขุมขนและนำไปสู่การเกิดสิวไตได้
ในทางกลับกัน การล้างหน้าที่บ่อยเกินไปหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไปจะทำลายชั้นป้องกันตามธรรมชาติของผิว ทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง ซึ่งจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นเพื่อชดเชย เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสิวไต
นอกจากนี้ การขัดผิวแรงเกินไปหรือแกะเกาสิวที่มีอยู่แล้วยังอาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้นและนำไปสู่การเกิดสิวไตได้เช่นกัน
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิวเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวไตได้ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากเกินไป หรือมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน (comedogenic) เป็นต้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวไต โดยเฉพาะในคนที่มีผิวมันหรือมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผมและครีมนวดผมที่มีน้ำมันมากอาจไหลลงมาสัมผัสผิวหน้าหรือผิวหลังและตกค้าง จนเกิดเป็นสิวไต สิวที่หลัง และสิวที่คอได้ ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลและไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนจึงมีความสำคัญในการป้องกันการเกิดสิวไต
บริเวณที่มักพบสิวไม่มีหัวเป็นไต
สิวเป็นไตสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายบริเวณของร่างกาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก ซึ่งแต่ละบริเวณมีปัจจัยเสี่ยงและการดูแลที่แตกต่างกัน ดังนี้

- สิวไตที่หน้าผาก หน้าผากเป็นส่วนหนึ่งของ T-Zone ที่มีการผลิตน้ำมันมาก อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่สัมผัสกับเส้นผมและความมันจากเส้นผม ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน และเกิดเป็นสิวที่หน้าผากได้ง่าย
- สิวไตที่แก้ม แก้มเป็นบริเวณที่มีโอกาสสัมผัสกับสิ่งสกปรกได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นจากมือที่สกปรก โทรศัพท์มือถือ หรือหมอน การสัมผัสเหล่านี้อาจนำเชื้อแบคทีเรียมาสู่ผิวและก่อให้เกิดสิวที่แก้มได้
- สิวไตที่จมูก จมูกเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันมากที่สุดบนใบหน้า ทำให้มีโอกาสเกิดการอุดตันและพัฒนาเป็นสิวไตได้ง่าย โดยเฉพาะในคนที่มีผิวมัน
- สิวไตที่คาง คางเป็นอีกบริเวณที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก และมักได้รับผลกระทบจากการใส่หน้ากากอนามัย การเกาคาง หรือการวางมือเท้าคาง ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดสิวที่คางได้
- สิวไตที่หน้าอก บริเวณหน้าอกมักเกิดสิวไตจากการสะสมของเหงื่อและความมัน รวมถึงการระคายเคืองจากเสื้อผ้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือระบายอากาศไม่ดี
- สิวไตที่หลัง สิวไตที่หลังมักเกิดจากการสะสมของเหงื่อ ความมัน และสิ่งสกปรก รวมถึงการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผมที่ไหลลงมาสัมผัสผิว
วิธีรักษาสิวเป็นไตด้วยวิธีทางการแพทย์
การรักษาสิวเป็นไตมักต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสิวที่เกิดการอักเสบลึกใต้ผิวหนัง การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่ ทั้งการลดการอักเสบและป้องกันการเกิดแผลเป็น ซึ่งมีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบดังนี้
ใช้ยารักษาสิวไม่มีหัวเป็นไต

การรักษาด้วยยาถือเป็นวิธีพื้นฐานที่มีแนวโน้มช่วยในการรักษาสิวไต โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
- ยาทาภายนอก ได้แก่
- เรตินอยด์ (Retinoids) สามารถช่วยควบคุมการผลิตน้ำมัน ลดการอุดตันของรูขุมขน
- เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ
- ยาปฏิชีวนะชนิดทา เช่น Clindamycin หรือ Erythromycin อาจช่วยควบคุมเชื้อแบคทีเรีย
- ยารับประทาน เช่น
- ยาปฏิชีวนะ ใช้ในกรณีที่มีการอักเสบรุนแรง
- ยาคุมกำเนิด อาจใช้ในบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมน (ควรปรึกษาแพทย์)
- Isotretinoin เป็นทางเลือกสำหรับสิวที่รุนแรงและอาจดื้อต่อการรักษาแบบอื่นๆ (ควรปรึกษาแพทย์สำหรับการใช้)
ฉีดยารักษาสิวเป็นไต

การฉีดสเตียรอยด์เฉพาะที่ (Intralesional Corticosteroid Injection) เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยลดการอักเสบของสิวไต โดยแพทย์จะฉีดยาคอร์ติโซนเข้าไปที่ตัวสิวโดยตรง ช่วยลดการอักเสบและทำให้สิวยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว สามารถเห็นผลได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม การฉีดสิวจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
เลเซอร์รักษาสิวเป็นไต

เทคโนโลยีเลเซอร์สามารถเป็นทางเลือกในการรักษาสิวไตได้หลายรูปแบบ เช่น Long Pulse Diode Laser ที่อาจช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน CO2 Laser ที่อาจช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดการอักเสบ และ Pulsed Dye Laser ที่สามารถใช้ในการรักษารอยดำจากสิว ซึ่งการรักษาด้วยเลเซอร์เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการทานยาหรือมีข้อจำกัดในการใช้ยา
ผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peeling)
การทำ Chemical Peeling คือการใช้กรดชนิดต่าง ๆ เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันของรูขุมขน โดยกรดที่นิยมใช้ ได้แก่ กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid), กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid), และกรดแมนเดลิก (Mandelic Acid) ซึ่งวิธีนี้อาจช่วยในการรักษาสิวและอาจทำให้ผิวมีความเรียบเนียนขึ้น
ฉายแสง LED

การรักษาด้วยแสง LED เป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยใช้แสงความยาวคลื่นต่าง ๆ ได้แก่ แสงสีน้ำเงินที่อาจช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว และแสงสีแดงที่อาจช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยและไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงในบางราย แต่การรักษาอาจต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อเห็นผลที่ชัดเจน
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษาสิวเป็นไตควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากสามารถประเมินความรุนแรงและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม มีการติดตามผลการรักษาและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วย นอกจากนี้แพทย์ยังสามารถให้คำแนะนำในการดูแลผิวเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงช่วยวางแผนการรักษารอยแผลเป็นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแผลเป็นและปัญหาผิวในระยะยาว
สรุปบทความ
สิวเป็นไตเป็นปัญหาผิวที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี การเข้าใจสาเหตุและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยสิวในภายหลัง หากมีอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
สุดท้ายนี้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเป็นไต หมอแนะนำว่า การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสิวที่ M Vita Clinic เป็นทางเลือกที่ดีในการแก้ปัญหาสภาพผิวของท่าน เพราะที่นี่เราสามารถให้คำแนะนำและการวินิจฉัยที่ตรงจุดตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล นอกจากนี้เรายังมีโปรแกรมรักษาสิวที่เหมาะสมสำหรับทุกสภาพผิว เพื่อช่วยให้ทุกท่านได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาสิว
โปรแกรม Medi-Aclear เป็นการตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพผิวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปสู่การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านทรีตเมนต์ล้ำลึกและเลเซอร์ที่ช่วยลดรอยสิว พร้อมการใช้ยาที่แพทย์แนะนำเพื่อปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น โปรแกรมนี้ช่วยลดการเกิดสิวอักเสบ สิวอุดตัน และสิวมีหัวได้ดีขึ้น โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล และบางรายอาจเห็นการปรับปรุงถึง 80-90%

- โปรแกรม Ultima-Clear ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ Long Pulse Diode 1450nm ที่ช่วยลดความมันบนใบหน้าและยับยั้งการเกิดสิว โดยเลเซอร์จะส่งพลังงานลงสู่ต่อมไขมัน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น การรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ยา หรือไม่สามารถใช้ยาได้ โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

- โปรแกรม Ultima-Clear โปรแกรมรักษาสิวด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ Long Pulse Diode 1450nm ชนิดพิเศษที่จะส่งพลังงานลงสู่ต่อมไขมัน เพื่อช่วยลดความมันบนใบหน้า และยังช่วยยับยั้งการเกิดสิว โดยมีฤทธิ์เทียบเท่ากับการทานยา โดยจะเห็นผลขึ้นอย่างชัดเจนหลังรับการรักษา จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบทานยา หรือไม่อยู่ในสภาวะทานยาได้
รวมรีวิวรักษาสิวโปรแกรม Medi-Aclear พร้อมทั้งเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนทำและหลังทำจาก M VITA CENTER
เพื่อให้คนไข้สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์จากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการคอร์สรักษาสิวที่ M VITA CENTER เราจึงได้รวบรวมภาพรีวิวรักษาสิวก่อนทำและหลังทำมาให้คนไข้เปรียบเทียบผลลัพธ์การรักษาด้วยตัวเอง










M Vita Clinic ยินดีให้คำปรึกษา ประเมินการรักษา ฟรี!
ติดต่อ จองคิว ปรึกษาแพทย์
ข้อมูลของ เอ็มวีต้า คลินิก (Mvita Clinic)
- เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
- อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
- เอ็มวีต้า คลินิก (คลิก) ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
- สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
- เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมา
- ทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ
วันเผยแพร่




