รวมวิธีรักษารอยสิว และรอยดำรอยแดงจากสิวให้จางลงใน 1 สัปดาห์

สำหรับคนไข้ที่เคยมีปัญหาสิว คงจะทราบกันดีว่า หลังจากรักษาสิวจนหายไปแล้วสิ่งที่ตามมาก็คงไม่พ้น “รอยสิว” ซึ่งมีทั้งแบบรอยดำ รอยแดง และหลุมสิว ซึ่งแม้ว่ารอยสิวเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ก็คงสร้างความกวนใจและทำให้คนไข้รู้สึกไม่มั่นใจอยู่บ้าง ดังนั้น จะดีกว่าไหมถ้าเรารู้จักกลไกของการเกิดรอยสิว รอยสิวแต่ละประเภท รวมถึงวิธีรักษารอยสิวและรอยดำ รอยแดงจากสิวโดยแพทย์รักษาสิวเฉพาะทางให้หายขาดภายใน 1 สัปดาห์ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักต้นเหตุของการเกิดรอยสิวกันเลยดีกว่า

รอยสิวเกิดจากอะไร?

รอยสิวเกิดจากอะไร

รอยดำและรอยแดงจากสิวส่วนใหญ่ มักเกิดขึ้นจากการรักษาสิวอักเสบหรือสิวอุดตันผิดวิธี เช่น การกดสิวด้วยตัวเอง การบีบเค้นสิวจนผิวบริเวณนั้นบอบช้ำ เป็นต้น ทำให้ผิวเกิดการอักเสบและไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวให้เพิ่มมากขึ้น จนเกิดเป็นรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวตามมาในที่สุด

รอยสิวมีกี่ประเภท

รอยสิว มีกี่ประเภท

นอกจากการทำความรู้จักสาเหตุของการเกิดรอยสิวแล้ว หมอจะขอพาคนไข้มาทำความรู้จักกับประเภทของรอยสิว ซึ่งจะช่วยให้คนไข้สามารถรักษารอยสิวที่เป็นอยู่ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด โดยรอยสิวสามารถแบ่งได้ทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

รอยแดงจากสิว

เป็นรอยสิวที่มีลักษณะเป็นสีแดง ชมพู หรืออาจมีสีม่วงจากสิว ซึ่งรอยแดงเหล่านี้เกิดจากการอักเสบของผิวหนัง จากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป จนเกิดการอุดตันในรูขุมขน และเกิดเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ผิวหนังอักเสบจนกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา รวมถึงการบีบ แคะ แกะสิวจนเกิดอาการบวมช้ำ

รอยดำจากสิว

เป็นรอยสิวที่มีลักษณะเป็นจุดสีดำ น้ำตาลเข้ม หรือสีเทา เกิดจากการอักเสบและระคายเคืองของชั้นผิว จนไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวให้มากขึ้น มักเกิดหลังจากสิวอักเสบหายดีแล้ว และมักจะเกิดในคนผิวคล้ำมากกว่าผิวขาว นอกจากนี้แสงแดดยังมีส่วนทำให้รอยดำจากสิวมีสีเข้มขึ้นได้อีกด้วย

หลุมสิว

หลุมสิว เป็นรอยแผลที่เกิดจากสิวอักเสบที่มีการอักเสบลึกจนถึงผิวชั้นใน เมื่อการอักเสบหายดีแล้ว ร่างกายก็จะทำการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อมาใหม่เพื่อสมานแผล แต่คอลลาเจนและเนื้อที่สร้างไม่เพียงพอเนื่องจากได้รับการบาดเจ็บในชั้นผิวหนังอยู่ จึงไม่สามารถทำให้กลับมาเรียบเนียนเหมือนผิวในตอนแรกและเกิดเป็นหลุมสิวในที่สุด ซึ่งวิธีการรักษาจะแตกต่างกันกับการรักษารอยแดงและรอยดำจากสิวครับ

รวม 10 วิธีรักษารอยสิวให้จางลงภายใน 1 สัปดาห์

รวม 10 วิธีรักษารอยสิว

หลายคนอาจจะสงสัยว่า รอยแดงและรอยดำจากสิวกี่วันหาย? แล้วรอยสิวรักษายังไงถึงจะจางลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในบทความนี้ หมอได้รวบรวมวิธีรักษารอยสิวโดยแพทย์เฉพาะทางที่จะให้รอยสิวหายขาดได้ใน 1 สัปดาห์ แล้วจะมีวิธีรักษายังบ้าง เราไปดูกัน

1. หลีกเลี่ยงการกด บีบ และแกะสิวด้วยตัวเอง

การสัมผัส บีบ หรือสิวด้วยตัวเอง จะกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้รูขุมขนเกิดการอักเสบ และทำให้การรักษารอยแดงจากสิวต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าเดิม นอกจากนี้สิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนนิ้วมือยังเพิ่มโอกาสให้ผิวหนังเกิดการอักเสบมากกว่าเดิมได้อีกด้วย

2. ทาครีมลดรอยสิว

หากสงสัยว่ารอยดำจากสิวรักษายัง การทาครีมลดเลือนจุดด่างดำและรอยสิวที่มีส่วนผสมช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างวิตามินซี (Vitamin C), อาร์บูติน (Arbutin), ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) จะช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว นอกจากนี้ยังช่วยลดเลือนรอยดำ บำรุงผิวให้เรียบเนียน และควบคุมความมันบนใบหน้า ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว

3. การรับประทานอาหารเสริม

การรับประทานอาหารเสริม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถรักษารอยสิวได้ โดยหมอแนะนำให้ทานอาหารเสริมที่เป็น Vitamin C, Vitamin A, Vitamic B3 หรือ Zinc ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรง เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการผลิตเม็ดสี และช่วยรักษารอยสิว รวมถึงป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ลดการอุดตันของไขมันซึ่งเป็นสาเหตุหลักของสิว

4. สครับผิวหน้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

การสครับผิวหน้า จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไป และเติมความชุ่มชื้นให้ผิว โดยแนะนำให้ทำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการอักเสบ นอกจากนี้การสครับผิวหน้ายังไม่เหมาะกับคนที่เป็นสิวอักเสบ เพราะอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรุนแรงมากขึ้นได้

5. เลเซอร์ลดรอยสิวและหลุมสิว

การรักษาด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการรักษาหลุมสิว หรือรอยดำจากสิวที่มีขนาดใหญ่และฝังลึก โดยการเลเซอร์จะเป็นลักษณะของคลื่นพลังงานที่เข้าไปทำลายเซลล์ผิวบริเวณหลุมสิว ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาทดแทน ทำให้รอยหลุมสิวดูตื้นขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการเกิดสิวซ้ำซาก และเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้า

6. เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

นอกจากการปล่อยให้ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น จะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้แล้ว คนไข้ที่มีผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำจะยิ่งทำให้ผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น จนทำให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้น จึงควรบำรุงผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง

7. ให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดด

แสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดรอยแดง รอยดำเข้มขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้สีผิวบริเวณนั้นไม่สม่ำเสมอด้วย ดังนั้น นอกจากการหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัด โดยเฉพาะในช่วงเวลา 11.00 – 15.00 น. แล้ว ยังควรให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและยังช่วยลดรอยดำ รอยแดง รวมถึงจุดด่างดำจากสิว อีกทั้งยังลดระยะเวลาในการรักษารอยสิวได้อีกด้วย

8.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า หรือสกินแคร์บางชนิด อาจมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์รุนแรงเกินไป ยิ่งในคนไข้ที่มีสิวอักเสบส่วนผสมเหล่านั้นก็จะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย แน่นอนว่าเมื่อสิวเกิดการอักเสบมากขึ้นก็จะมีโอกาสเป็นรอยสิวหรือหลุมสิวได้ ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน ช่วยปลอบประโลมผิว และรักษารอยสิวหรือลดรอยสิวโดยเฉพาะ

9. ปลอบประโลมผิวด้วยเจลว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ หรืออโลเวร่าเจล สมุนไพรที่มีความชุ่มชื้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาการอักเสบ สมานแผล และลดรอยแผลเป็น รวมถึงรอยดำรอยแสงจากสิวได้ แนะนำให้นำอโลเวร่าเจลมาทาทิ้งไว้บริเวณรอยสิว หรือมาส์กทิ้งไว้ค้างคืนโดยไม่ต้องล้างออก เหมาะสำหรับคนที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย โดยในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งอโลเวร่าเจลสำเร็จรูปที่สามารถใช้งานได้สะดวกสบาย หรือจะใช้ว่านหางจระเข้สดก็ได้เช่นกัน

10. ปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาสิว

หากคนไข้มีรอยดำรอยแดงจากสิว หรือหลุมสิวอย่างรุนแรง อย่าลังเลที่จะเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาสิว เพราะนอกจากการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเห็นผลลัพธ์การรักษาได้อย่างรวดเร็วแล้ว แพทย์ยังสามารถวินิจฉัยและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับรอยสิวที่เป็นอยู่ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดซึ่งที่ M VITA CLINIC เรามีโปรแกรมรักษาสิวให้คนไข้เลือกรับการรักษาหลากหลายโปรแกรม โดยในแต่ละโปรแกรมจะดำเนินการรักษาล้ำลึกตั้งแต่ต้นตอ หลังทำสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน 80-90% รอยสิวทั้งรอยดำและรอยแดงดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมั่นใจในความปลอดภัยได้อย่างแน่นอน เพราะทุกขั้นตอนดำเนินการโดยแพทย์รักษาสิวที่มีประสบการณ์มายาวนาน นอกจากนี้ยังเลือกใช้เครื่องมือและยาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก ด้วยโปรแกรม Gold K Scan เลเซอร์รอยสิวด้วย Pro Yellow Laser

รักษารอยสิวให้จางลง คืนผิวหน้าดูกระจ่างใสที่ M VITA CLINIC

โปรแกรมเลเซอร์รอยสิว

รอยสิว เป็นปัญหาผิวที่มักพบหลังจากการรักษาสิว ซึ่งหากรอยสิวมีความรุนแรงและสามารถเห็นได้ชัดก็อาจจะส่งผลต่อความมั่นใจของคนไข้ได้ ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญกับการรักษารอยสิวด้วยวิธีที่เหมาะสม สำหรับคนไข้ที่ไม่ได้เป็นรอยสิวรุนแรงมากนักก็อาจจะเลือกรักษาด้วยการทายาลดรอยสิว หรือวิธีอื่น ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาสิวรุนแรงก็อย่ามองข้ามการเข้ามาปรึกษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาปัญหาสิวโดยเฉพาะ 

ซึ่งที่ M VITA CLINIC ก็พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีรักษาที่เหมาะสมแก่คนไข้เป็นรายบุคคล เพื่อให้คนไข้ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและสามารถแก้ไขปัญหารอยสิวได้อย่างเหมาะสม สำหรับคนไข้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลหรือจองคิวเข้ารับบริการได้ที่

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า