เป็นสิวที่หู บอกโรคได้จริงไหม เกิดจากอะไร จะรักษายังไงได้บ้าง

สิวที่หู เป็นอีกส่วนหนึ่งของร่างกายที่อาจเกิดสิวได้ แม้ว่าจะไม่ค่อยพบสิวบริเวณนี้มากนักก็ตาม เพราะส่วนใหญ่จะเกิดสิวบริเวณใบหน้าหรือแผ่นหลังมากกว่า แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังต้องเผชิญกับสิวที่หูกวนใจ 

วันนี้หมอเลยจะพาไปดูกันครับว่าสิวบริเวณใบหูนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร บ่งบอกโรคได้จริงหรือไม่ และต้องทำอย่างไรถึงจะรักษาให้หายได้ หลังอ่านบทความนี้แล้ว รับรองเลยว่าปัญหาสิวที่ใบหูจะกลายเป็นเรื่องง่ายในทันที

เป็นสิวที่หู เกิดจากสาเหตุอะไร

สิวที่หู เกิดจากสาเหตุอะไร

การเกิดสิวที่หู มีสาเหตุหลากหลาย ดังนั้นควรรู้ด้วยว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง เพื่อจะได้ดูแลอย่างถูกวิธีและป้องกันการเกิดสิวได้นั่นเอง โดยมี 5 สาเหตุที่พบบ่อยดังนี้

1. รูขุมขนอุดตัน

รูขุมขนบริเวณหูเกิดการอุดตัน ซึ่งอาจจะมีทั้งเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และแบคทีเรียที่เข้าไปสะสมอยู่ เมื่อไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง จึงเกิดการอุดตัน อักเสบและเป็นสิวในที่สุด 

2. แบคทีเรีย

แบคทีเรีย เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดสิวได้ ยิ่งบริเวณใบหูซึ่งมีสิ่งสกปรกอยู่ และหากทำความสะอาดไม่ทั่วถึงก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นสิวง่ายขึ้นไปอีก ซึ่งแบคทีเรียนี้อาจจะมาจากการใช้มือที่สกปรกไปสัมผัสใบหูบ่อย ๆ หรือการใส่หูฟังที่ไม่ได้เช็ดทำความสะอาดให้ดี ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแบคทีเรียสะสมจนเป็นสิวได้เช่นกัน

3. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปจนเสียสมดุล โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศ จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีการผลิตน้ำมันออกมาเยอะเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน และเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้เกิดสิวขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหูที่มีต่อมไขมันหนาแน่น จึงเสี่ยงต่อการเกิดสิวได้สูง 

ซึ่งมักพบบ่อยในช่วงวัยรุ่นที่ระดับฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่าน  ในบางคนก็อาจมีสิวเยอะจนลามไปที่หลังหู ใบหู และแก้มด้านข้างใกล้หูเลยทีเดียว

4. แพ้น้ำที่ไม่สะอาด

สิวที่หู ก็อาจเกิดจากการแพ้น้ำที่ไม่สะอาดได้เช่นกัน โดยเฉพาะคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะสารเคมีหรือสิ่งสกปรกที่มาจากน้ำจะทำให้เกิดการระคายเคืองและมีตุ่มสิวขึ้นมา ซึ่งอาจจะมีอาการบวมแดงร่วมด้วย 

5. แพ้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าบางอย่างก็อาจมีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ หรือเกิดสิวได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง หรือครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนประกอบของสารพาราเบน ไฮโดรควิโนน สารปรุงแต่งกลิ่น สารในกลุ่มฟอร์มาลดีไฮด์ หรือแอลกอฮอล์ เป็นต้น  จึงจำเป็นต้องเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว และปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองนั่นเอง

สิวที่หู บอกโรคได้จริงไหม

สิวที่หู บอกโรคได้จริงไหม

หลายคนอาจมีความสงสัยว่าสิวที่หู หรือ สิวที่คอบอกโรคได้จริงไหม ดังนั้นหมอจะมาอธิบายให้เข้าใจกันครับ โดยการมีสิวขึ้นที่หูนั้นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของร่างกายได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกกรณี เพราะโดยปกติแล้วสิวที่หูจะไม่เป็นอันตราย เป็นเพียงแค่สิวธรรมดาเหมือนกับสิวทั่ว ๆ ไป ที่มักจะเกิดบริเวณใบหน้าหรือตามส่วนอื่น ๆ ของร่างกายนั่นเอง

เป็นสิวที่หู อันตรายไหม

เว้นเสียแต่ว่าสิวที่หู สาเหตุจะมาจากการเจ็บป่วยไม่สบายด้วยโรคอื่น ๆ ดังนั้นให้สังเกตที่ลักษณะของสิวเป็นหลัก หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น มีสิวบริเวณใบหูหรือในรูหูร่วมกับอาการบวม มีหนอง และผื่นคัน หรือหากสงสัยว่าอาจเป็นอันตรายก็ควรพบแพทย์ทันที

วิธีดูแลรักษาเมื่อเป็นสิวที่หู

วิธีดูแลรักษาเมื่อเป็นสิวที่หู

เมื่อเป็นสิวบริเวณหู หมอแนะนำให้คนไข้ดูแลรักษาด้วยวิธีดังนี้

  1. ทำความสะอาดใบหูเป็นประจำ โดยให้ใช้สบู่อ่อน ๆ ผสมกับน้ำอุ่น แล้วนำมาเช็ดให้ทั่ว จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไปได้ดี
  2. ใช้ครีมแต้มสิวสำหรับรักษาสิวที่หู โดยเลือกที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Salicylic Acid จะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น
  3. กรณีที่เป็นสิวและมีการอักเสบ บวมแดงร่วมด้วย หมอแนะนำให้ประคบร้อน จะช่วยลดอาการบวมแดง และทำให้สิวยุบเร็วกว่าเดิม
  4. พยายามอย่าบีบสิว เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบกว่าเดิม และอาจทิ้งรอยไว้ได้

ควรดูแลตัวอย่างไรให้ไม่เป็นสิวที่หู

ควรดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เป็นสิวที่หู

หลังจากรักษาสิวหายแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดสิวที่หูอีก โดยมีวิธีง่าย ๆ ก็คือ 

  • ให้ทำความสะอาดใบหูเป็นประจำอย่างน้อยวันละครั้ง 
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้ง่าย 
  • พยายามอย่าจับหรือสัมผัสบริเวณใบหูบ่อย ๆ
  • หมั่นซักและเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนเป็นประจำ เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่จะทำให้เกิดสิวที่หูนั่นเอง

สรุปบทความ

ใครที่กำลังเป็นสิวที่หู และมีคำถามว่าสิวที่หู กี่วันหาย เพราะรู้สึกหายช้าเหลือเกิน ไม่ต้องกังวลไปนะครับ M VITA CLINIC คลินิกความงามที่เชี่ยวชาญในเรื่องการรักษาสิวและรอยสิวโดยเฉพาะ สามารถช่วยคุณได้ จบปัญหาสิวได้จากต้นตอ ไม่ว่าคนไข้จะเป็นสิวหรือมีปัญหารอยสิวก็ตาม M Vita Clinic ยินดีให้คำปรึกษา ประเมินการรักษา ฟรี! ซึ่งหมอมี 2 โปรแกรมมาแนะนำ ได้แก่

  • โปรแกรม Acni – Clear ทรีตเมนต์รักษาสิว 6 ขั้นตอน (ไม่มีเลเซอร์) ช่วยแก้ไขปัญหาสิวจากต้นตอของการเกิดสิวจริง ๆ เคลียร์ทั้งสิวอุดตัน สิวผด สิวมีหัว แต่หัตถการนี้จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีสิวอักเสบ รอยแดง รอยดำจากสิวนะครับ ค่าบริการรายครั้งอยู่ที่ 1,000.- / 5 ครั้ง 4,500.- / 10 ครั้ง 7,200.-
  • โปรแกรม Ultima-Clear สำหรับวิธีนี้จะใช้เลเซอร์ในการรักษานะครับ เป็นวิธีที่ได้ผลดี ช่วยให้สิวยุบลงได้เร็วและหายเป็นปกติในที่สุด โดยไม่ต้องทานยาควบคู่ไปกับการรักษาเลย ไม่ว่าสิวที่เกิดขึ้นตรงหูของคนไข้จะเป็นสิวแบบนั้น ก็สามารถรักษาได้หมด ซึ่งมีราคาเริ่มต้นเพียง ราคารายครั้ง 1,500.- / 10 ครั้ง 10,000.-

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า