สิวหิน สิวข้าวสาร แตกต่างกันอย่างไร ทำไมหลายคนมักเข้าใจผิด

ปัญหาสิวอุดตัน คือหนึ่งในอาการสิวที่คนไข้หลายคนพบเจอ แต่อาจจะแยกไม่ออกว่าตุ่มนูนที่เกิดขึ้นใต้ชั้นผิวหนังบนใบหน้า คือสิวอะไรกันแน่ คนไข้หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าสิวหิน สิวข้าวสาร แต่อาจจะยังสับสนเล็กน้อย ว่าสิวที่ตัวท่านเองเป็นสิวประเภทไหน วันนี้หมอจะมาไขข้อสงสัยให้ทุกคนได้รู้ถึงความแตกต่างของสิวสองประเภทนี้กันครับ

สิวหิน กับ สิวข้าวสาร แตกต่างกันอย่างไร

สิวหิน กับ สิวข้าวสาร แตกต่างกันอย่างไร

สิวหิน จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีขาวขุ่น หรือสีออกเหลือง ที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของต่อมท่อเหงื่อใต้ชั้นผิว จึงดูคล้ายกับสิวผิด แต่จะไม่มีอาการเจ็บหรือคันร่วมด้วย ส่วนสิวข้าวสาร จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีขาวเล็กๆแข็งๆ ใต้ชั้นผิวหนังคล้ายเม็ดข้าวสาร ซึ่งเกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพลง และจะมีอาการคันร่วมด้วย หากหยิบกระจกขึ้นมาส่องให้ชัด จะเห็นถึงความต่างอย่างชัดเจนตามที่หมอได้บอกไปครับ  

สิวข้าวสาร เกิดจากอะไร

สิวข้าวสาร เป็นหนึ่งในกลุ่มซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง ที่เกิดการทำงานผิดปกติของต่อมไขมัน หรือท่อของต่อมเหงื่อ จนทำให้เกิดการอุดตัน และแข็งตัวจนเป็นตุ่มนูนเล็กๆขึ้นมาบนผิวหน้า ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดนั้นมีหลายปัจจัย สามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด ดังนี้ 

ผิวหนังติดเชื้อ

ผิวหนังติดเชื้อจนเป็นแผล คือหนึ่งในสาเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนัง และอาจทำให้เกิดสิวข้าวสารขึ้นได้เช่นกันครับ 

ความผิดปกติทางพันธุกรรม

ความผิดปกติทางพันธุกรรม ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวข้าวสารขึ้นได้ตั้งแต่ช่วยเป็นทารก ซึ่งอาจจะหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจจะยังคงเป็นอยู่ตลอดในช่วงวัยอื่นๆ 

ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ

การทำงานผิดปกติของต่อมไขมัน คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวข้าวสารขึ้น แต่อาการนี้คือปลายเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากอาการต่างๆร่วมด้วย อย่างเช่น การเจ็บป่วย ติดเชื้อ หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม จึงส่งผลให้ต่อมไขมัน หรือท่อต่อมเหงื่อเกิดการทำงานผิดปกติ และสร้างเคราตินใต้ผิวหนังให้เกิดการแข็งตัวจนเป็นสิวข้าวสาร 

อาการเจ็บป่วยจากโรค

การเจ็บป่วยของโรค อย่างโรคมะเร็งผิวหนัง หรือโรคทางผิวหนังอื่นๆ ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวข้าวสารขึ้นได้ด้วยเช่นกันครับ 

ลักษณะของสิวข้าวสาร

ลักษณะสิวข้าวสาร

ลักษณะของสิวข้าวสาร จะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ แข็งๆสีขาวอยู่บริเวณใต้ชั้นผิว ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง ที่จะค่อยๆโตขึ้นอย่างช้าๆจากการอุดตัน แต่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงอะไร แต่หากจะแบ่งตามกลุ่มอาการให้เห็นภาพกันแบบชัดๆ หมอจะมาอธิบายถึงสิวข้าวทั้ง 4 ประเภทให้ได้เข้าใจกันมากขึ้น

  • สิวข้าวสารแบบราบ : สิวข้าวสารประเภทนี้ มักเกิดจากการติดเชื้อจนกลายเป็นรอยยาว และเกิดก้อนแข็งๆขึ้น ซึ่งอาจจะกินบริเวณยาวหลายเซนติเมตร มักจะเกิดบริเวณแก้ม ใบหู รอบดวงตา และกรามเป็นส่วนใหญ่ 
  • สิวข้าวสารแบบแตกได้ : สิวข้าวสารประเภทนี้ จะเป็นตุ่มนูนที่สามารถแตกออกได้ และจะทิ้งรอยแผลเป็นในการรักษาให้ยากขึ้น ซึ่งโดยมากจะขึ้นพร้อมกันหลายเม็ด และกินบริเวณกว้างทั่วใบหน้า กับลำตัวช่วงบน 
  • สิวข้าวสารแบบแผลเป็น : สิวข้าวสารประเภทนี้ จะเป็นหัวสิวที่เกิดการลุกลามของบาดแผลจากการอักเสบ ผื่นคัน หรือแผลจากการเสียดสี ทำให้ต่อมไขมัน และรูขุมขนบริเวณนั้นเกิดความผิดปกติจนเกิดเป็นสิวข้าวสารขึ้น 
  • สิวข้าวสารจากการใช้ยา : สิวข้าวสารประเภทนี้ จะเกิดจากการใช้ยาฟลูออโรยูราซิล ไฮโดรควิโนน และสเตรียรอยด์ จนเกิดอาการแพ้ และอุดตันจนกลายเป็นสิวประเภทนี้

สิวข้าวสาร รักษาได้อย่างไร

ในปัจจุบัน คนไข้สามารถรักษาสิวข้าวสารได้หลากหลายวิธีครับ ซึ่งจะแบ่งออกได้ทั้งหมด 5 แนวทาง ดังนี้ แต่หากอยากรักษาให้หายขาดแบบถอนรากถอนโคนจริงๆ หมอยังคงแนะนำวิธีแบบเลเซอร์นะครับ เพราะว่ามีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพดีที่สุดครับ

  • รักษาด้วยการกดสิว : การกดสิว เป็นวิธีในการรักษาสิวแบบง่ายๆ ที่มักใช้กับสิวที่มีหัวทุกประเภท ด้วยการกดเปิดหัวสิวออกมา พร้อมทายาลดรอยแผลหลังกดเสร็จ และรอให้รอยแผลค่อยๆจางลง แต่วิธีนี้ก็เสี่ยงจะที่จะทำให้เกิดการอักเสบ หากกดหัวสิวออกมาไม่หมด หรืออาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้เช่นกันครับ 
  • รักษาด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว : อีกหนึ่งวิธีที่หลายท่านนิยมทำกัน ก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เกิดการอุดตันออกไป วิธีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งการดูแลผิวที่ดีครับ แต่อาจจะไม่ได้การันตีผลลัพธ์ว่าหายแน่นอน 
  • รักษาด้วยการเลเซอร์ : การรักษาด้วยเลเซอร์ คือวิธีที่หมอแนะนำที่สุดครับ เพราะเป็นการรักษาที่ปลอดภัย ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น อีกทั้งยังใช้เวลารักษาไม่นาน จึงเป็นการแก้ปัญหาสิวข้าวสารได้ตรงจุดที่สุดครับ 

สิวข้าวสาร หายเองได้ไหม

สิวข้าวสารสามารถหายเองได้ครับ หากมีการดูแลผิวหน้าให้สะอาดอยู่เป็นประจำ แต่อาจจะกินระยะเวลาสักช่วงหนึ่ง แต่สำหรับท่านที่เคยลองดูแลผิวหน้าด้วยตัวเองแล้ว แต่สิวข้าวสารก็ยังเป็นอยู่ หรือรู้สึกว่าหายช้าเกินไป การเลือกเข้ารับการรักษากับทางคลินิก ก็เป็นอีกทางเลือกที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่า  

สิวหิน เกิดจากอะไร 

สิวหิน เกิดจากอะไร

สิวหิน เป็นเนื้องอกในท่อเหงื่อใต้ชั้นผิวหนังแท้ โดยเกิดได้จากหลายสาเหตุจนทำให้เกิดความผิดปกติของการทำงานใต้ชั้นผิว ไม่ต่างจากสิวข้าวสารเลยครับ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดนั้นก็แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดของสิวหินแต่ละประเภท หมอจะมาอธิบายให้ได้เข้าใจกันแบบคร่าวๆกันครับ 

สิวหินปฐมภูมิ

สิวหินประเภทนี้ เกิดจากเส้นใยเคราตินใต้ผิวหนังผสมรวมตัวกันกับไขมันในต่อมนานจนเกินไป จนทับถมกลายเป็นสิวหัวเปิด จึงมักพบได้บริเวณตา หน้าผาก และตามรอยพับจมูก ซึ่งสามารถหายได้เองในไม่กี่สัปดาห์ หรืออาจจะอยู่ยาวหลายเดือนก็เป็นได้ครับ 

สิวหินในวัยหนุ่มสาว

สิวหินประเภทนี้ มักจะเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังบางประเภท รวมไปถึงมะเร็งผิวหนัง หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมร่วมด้วยครับ 

สิวหินชนิดแบนราบ

สิวหินประเภทนี้ มักเกิดจากการติดเชื้อจนลามเป็นรอยยาวบนผิวหนังครับ ซึ่งเกิดจากโรคผิวหนังบางชนิด และมักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยกลางคนเป็นส่วนมาก โดยจะขึ้นที่บริเวณเปลือกตา แก้ม และบริเวณกราม

สิวหินชนิดบาดแผล

สิวหินประเภทนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังได้รับบาดเจ็บจนเกิดแผล ไม่ว่าจะเป็นอาการอักเสบ เป็นผื่นพุพอง แผลจากไฟไหม้ หรือการถูกเสียดสีซ้ำๆจนกลายเป็นแผลบริเวณนั้น จนทำให้ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ และเกิดเป็นสิวหินขึ้นมาได้ครับ 

ลักษณะของสิวหิน

ลักษณะสิวหิน

สิวหินจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ จับแล้วจะรู้สึกเป็นก้อนแข็ง และจะมีสีเหลือง หรือสีออกขุ่นๆ ซึ่งจะไม่มีอาการขึ้นเมื่อเกิดสิวชนิดนี้ขึ้นครับ เลยทำให้บางท่านอาจสับสนว่าเป็นสิวผด หรือสิวข้าวสารกันแน่ แต่หากสังเกตใกล้ๆจะเห็นถึงความแตกต่างตามที่บอกไปเลย 

สิวหิน รักษาได้อย่างไร 

ในส่วนของการรักษาสิวหิน ก็จะเหมือนกับสิวประเภทอื่นทั่วไปเลยครับ เลือกรักษาได้หลายวิธีตามแต่ความสะดวกของทุกท่าน แต่อย่างที่บอกไปครับว่า วิธีการรักษาด้วยเลเซอร์ จะเป็นวิธีที่หมอแนะนำที่สุด เพราะเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่สุดครับ ส่วนวิธีอื่นๆ นอกเหนือจากนี้จะมีอะไรบ้าง หมอจะมาอธิบายให้เข้าใจกัน

  • รักษาด้วยการกดสิว : การกดสิว สามารถใช้รักษาสิวหินได้ครับ แต่อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะสิวหินนั้นมีความแข็ง และอยู่ลึกใต้ชั้นผิว จึงอาจกดออกมาได้ไม่หมด และอาจทำให้แผลบริเวณนั้นอักเสบ และกลายเป็นสิวเพิ่มขึ้นมาอีกได้ครับ
  • รักษาด้วยเลเซอร์ : การเลเซอร์ เป็นวิธีที่หมอแนะนำที่สุดครับ เพราะเป็นการเปิดหัวสิวได้ดีกว่าวิธีอื่น อีกทั้งยังไม่เกิดการอักเสบ หรือทิ้งรอยแผลเอาไว้ จึงสะดวก และปลอดภัยกับคนไข้เป็นอย่างมาก 
  • รักษาด้วยยา : อีกหนึ่งวิธีที่สามารถใช้รักษาสิวหินได้ ก็คือการทานยา หรือทายาตามที่หมอแนะนำเพื่อใช้ผลัดเซลล์ผิวครับ ยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มเรตินอยด์ อะโทรพีน และกลุ่มวิตามินลดสิวต่างๆ แต่อาจจะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานมากกว่าจะเห็นผล  
  • รักษาด้วยการจี้ไฟฟ้า : การจี้ไฟฟ้า ก็เป็นอีกวิธีที่ใช้รักษาสิวหินได้ครับ โดยจะเป็นการใช้ไฟฟ้าจี้เพื่อเปิดหัวสิว แล้วจึงค่อยทำการกดสิวออกมาอีกที วิธีนี้จะส่งผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย มีอาการช้ำจากรอยแดงบ้างเท่านั้นครับ  

สิวหิน หายเองได้ไหม

สิวหินสามารถหายเองได้ครับ เพียงแต่ต้องดูแลรักษาผิวหน้าให้สะอาดอยู่เป็นประจำเท่านั้น ซึ่งจะกินระยะเวลาค่อนข้างนานหากเป็นขึ้นมาแล้ว ท่านไหนที่อยากจะรักษาสิวให้หายจากใบหน้าเร็วๆ การเข้าพบหมอเพื่อแก้ปัญหาสิวจึงจะตอบโจทย์ตรงนี้มากกว่ารอให้หายเองครับ 

รีวิว รักษาสิวหิน สิวเม็ดข้าวสาร

โปรแกรม รักษาสิวหิน สิวเม็ดข้าวสาร ราคาเท่าไหร่

รักษาสิวแบบ Medi-Aclear เริ่มต้นที่ 3,500 บาท / ครั้ง  10,500 บาท / 5 ครั้ง  17,000 บาท / 10 ครั้ง เป็นทรีตเมนต์รักษาสิว และเลเซอร์รักษาสิวอย่างครบจบ ไม่ว่าจะเป็นรอยแดงสิว รอยดำสิว เคลียร์สิว รักษาสิวอักเสบ สิวอุดตัน และสิวมีหัวให้จางลงได้มากถึง 80-90%

สรุปเรื่องสิวหิน สิวข้าวสาร  

ถึงแม้ว่าสิวหิน สิวข้าวสารจะสามารถหายเองได้หากดูแลอย่างถูกวิธีก็ตาม แต่สำหรับคนไข้ทุกท่านที่ยังรู้สึกว่ารอนานแล้วก็ยังไม่หาย อยากจะแก้ปัญหาสิวให้จบไวๆ จะได้มีผิวหน้ากลับมาเนียนใส การเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับทาง M Vita Clinic จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่ช่วยตอบโจทย์การรักษาได้อย่างตรงจุด โดยหมอขอแนะนำเป็น 2 โปรแกรม ที่มีแนวทางการรักษาให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างตรงประเด็นที่สุด คือ 

  • โปรแกรม Medi-Aclear : เป็นโปรแกรมรักษาสิวที่ประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และจะทำการรักษาแบบล้ำลึกตั้งแต่การทรีตเมนต์ ไปจนถึงกระบวนการรักษาสุดท้ายด้วยเลเซอร์ถึง 8 ขั้นตอน และคนไข้จะยังได้รับยารักษาตามการประเมินจากแพทย์ร่วมด้วย ซึ่งคนไข้ที่ผ่านการรักษามาทั้งหมด มีสิว และรอยสิวลดลงอย่างเห็นได้ชัด 80-90% เลยครับ 
  • โปรแกรม Ultima-Clear เป็นโปรแกรมรักษาสิวด้วยเลเซอร์ Long Pulse Diode 1450nm ชนิดพิเศษที่จะส่งพลังงานลงสู่ต่อมไขมัน เพื่อลดความมันของผิวหน้า และลดการเกิดสิวใหม่ ด้วยการออกฤทธิ์เทียบเท่ากับยารักษาสิว โดยที่คนไข้ไม่จำเป็นต้องทานยาเลยครับ จึงเหมาะกับคนไข้ที่ไม่ชอบทานยา หรือไม่อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถรับยาได้ 

M Vita Clinic ยินดีให้คำปรึกษา และประเมินการรักษา ฟรี!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า