สิวอุดตัน (Comedones) เกิดจากอะไร พร้อมวิธีรักษาและดูแลที่เหมาะสม

สิวอุดตัน (Comedones) เป็นสิวที่ส่งผลกระทบต่อผิวในระยะยาว เพราะนอกจากจะไม่สามารถบีบออกเหมือนสิวประเภทอื่นได้แล้ว หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาก็อาจจะทำให้เกิดสิวอุดตันซ้ำซาก ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นเกิดการอักเสบและมีปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา จนทำให้คนไข้เสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น ในบทความนี้ M VITA CLINIC ได้รวบรวมข้อมูลจากหมอรักษาสิวมาแนะนำให้คนไข้ได้ทำความรู้จักมากขึ้นว่า สิวอุดตันเกิดจากอะไร? มีกี่ประเภท? เกิดจากสาเหตุอะไร พร้อมแนะนำวิธีรักษาสิวอุดตันที่เหมาะสม คนไข้ท่านใดที่กำลังมีปัญหาสิวอุดตันอยู่ต้องห้ามพลาด!

สิวอุดตันคืออะไร?

สิวอุดตันคืออะไร

สิวอุดตัน (Comedones) คือ สิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนอยู่บนผิวหนังแต่ไม่มีการอักเสบ เมื่อใช้มือลูบจะรู้สึกถึงผิวที่ไม่เรียบเนียน เกิดจากการหมักหมมของสิ่งสกปรกและความอับชื้นของเหงื่อ ซึ่งต่อให้รักษาจนหายแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ และหากปล่อยไว้ไม่รักษาก็สามารถพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบได้เช่นกัน

สิวอุดตันมีกี่ประเภท?

สิวอุดตันมีกี่ประเภท

สิวอุดตัน จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน แข็งบนผิว มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ สิวหัวขาว สิวหัวดำ และสิวไม่มีหัว

1. สิวอุดตันหัวดำ (Blackheads Comedones) หรือสิวอุดตันหัวเปิด (Open Comedones)

สิวอุดตันหัวดำ หรือที่เรียกกันว่า สิวเสี้ยน เป็นสิวที่มีลักษณะตุ่มนูน สามารถเห็นหัวสิวได้จากภายนอก มีสิวหัวดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นสีของไขมันที่อุดตันอยู่ภายในรูขุมขน ผสมกับขนเส้นเล็ก ๆ หรือเซลล์ผิวเก่าบนผิว สามารถบีบออกหรือกดให้ออกมาจากผิวได้ แต่เสี่ยงต่อการอักเสบและเกิดรอยสิว

2. สิวอุดตันหัวขาว (Whiteheads Comedones) หรือสิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedones)

เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันในรูขุมขน รวมกับไขมันส่วนเกินต่าง ๆ จนเกิดเป็นสิวตุ่มนูนหรือถุงซีสต์ (Cystic Space) โดยจะมีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ สีขาวที่ไม่สามารถมองเห็นหัวสิวได้จากภายนอก ไม่ควรแกะหรือบีบสิวอุดตันประเภทนี้ เพราะไขมันที่อุดตันอยู่อาจย้อนกลับเข้าไปในผิวหนัง จนทำให้เนื้อเยื่อเกิดการอักเสบและพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบได้

3. สิวอุดตันไม่มีหัว (Microcomedone)

เป็นสิวอุดตันที่สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ เกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ที่ถูกกระตุ้นในช่วงวัยรุ่น ซึ่งสิวประเภทนี้สามารถหายได้เองตามธรรมชาติ แต่ในกรณีที่มีการอักเสบก็อาจจะพัฒนากลายเป็นสิวประเภทอื่นได้

ขนาดของสิวอุดตัน

นอกจากการทำความรู้จักลักษณะของสิวอุดตัน จะช่วยให้คนไข้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมได้แล้ว ขนาดของสิวอุดตันก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการรักษาสิวอุดตันเช่นเดียวกัน เนื่องจากขนาดของสิวอุดตันสามารถบ่งบอกถึงระดับความรุนแรงของสิวได้ โดยสามารถแบ่งได้ทั้งหมด 3 ระดับ ดังนี้

  • สิวอุดตันขนาดเล็ก (Microcomedones) เป็นสิวอุดตันขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มักพบในรูปแบบของสิวเสี้ยน ซึ่งสิวอุดตันประเภทนี้จะมีความรุนแรงน้อย ทำให้ใช้ระยะเวลาในการรักษาน้อยกว่าสิวชนิดอื่น ๆ
  • สิวอุดตันขนาดกลาง (Macrocomedones) เป็นสิวอุดตันที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งสิวอุดตันขนาดกลางนี้ จะมีความระคายเคืองมากกว่าสิวอุดตันขนาดเล็ก และมีโอกาสเกิดการอักเสบจากการแกะ หรือบีบสิว จนกลายเป็นสิวอักเสบได้
  • สิวอุดตันขนาดใหญ่ (Giants Comedones) เป็นสิวอุดตันขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นก้อนซีสต์ขนาดเล็ก สามารถสร้างความระคายเคืองให้กับคนไข้ได้ค่อนข้างมาก ทำให้มีโอกาสที่คนไข้หลาย ๆ คนจะพยายามบีบสิวจนกลายเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าสิวหัวช้างได้

สิวอุดตันเกิดจากอะไร?

สิวอุดตันเกิดจากอะไร

สิวอุดตันส่วนใหญ่ เกิดจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปและหมักหมมรวมกับสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ตกค้างอยู่ในรูขุมขน ทั้งฝุ่นละออง ฝุ่นควัน เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว จนเกิดการอุดตันในรูขุมขนขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ได้แก่

  • ระดับฮอร์โมนเพศชายที่มากเกินไปเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย
  • พฤติกรรมที่ทำให้เกิดการระคายเคืองบนผิว เช่น การขัดผิวหน้าอย่างรุนแรง การบีบสิว การทำเลเซอร์ เป็นต้น
  • สภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป
  • มลภาวะต่าง ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้และการอุดตัน เช่น ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ แสงแดด เป็นต้น
  • ความเครียดที่ไปกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมา
  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลมากเกินไป
  • เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • ผู้ที่มีสภาพผิวมัน
  • ผู้ที่มีสภาพผิวขาดน้ำ

บริเวณที่สามารถเป็นสิวอุดตันได้

สิวอุดตันสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายตำแหน่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน โดยบริเวณที่พบได้บ่อยมีดังนี้

1. สิวอุดตันบริเวณหน้าผาก

เป็นบริเวณที่สามารถพบได้บ่อย เนื่องจากหน้าผากอยู่ในบริเวณ T-Zone ที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก ทำให้ผิวบริเวณนี้มีการผลิตน้ำมันออกมามากกว่าบริเวณอื่น นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการอุดตันของสิ่งสกปรกต่าง ๆ และการดูแลเส้นผม ทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นบริเวณหน้าผากได้

2. สิวอุดตันที่คาง

คางเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่สามารถพบสิวอุดตันได้บ่อย และมักจะเกิดขึ้นซ้ำซาก โดยจะมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เห็นหัวสิวชัดเจน นอกจากนี้หากกดสิวไม่ถูกวิธีก็สามารถเกิดรอยสิวได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น

3. สิวอุดตันที่แก้ม

เป็นบริเวณที่มักจะมีสิวอุดตันรุนแรง เนื่องจากแก้มเป็นจุดที่มักจะสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรก เช่น เส้นผม หน้ากากอนามัย ปลอกหมอน โทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอาง สกินแคร์ เป็นต้น

4. สิวอุดตันที่จมูก

จมูกหรือบริเวณขอบจมูก เป็นบริเวณที่สามารถพบสิวอุดตันได้บ่อย เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความมัน รวมถึงเป็นบริเวณที่มักจะมีการสัมผัสระหว่างวันบ่อย ๆ จึงทำให้เกิดการอุดตันและเกิดเป็นสิวเสี้ยนได้

5. สิวอุดตันที่หลัง

เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่สามารถเกิดสิวอุดตันได้ง่าย เนื่องจากหลัง เป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่ค่อนข้างมากและยากต่อการดูแลความสะอาด ดังนั้น เมื่อมีเหงื่อออกจนเกิดความอับชื้น และไม่ได้ทำความสะอาดในทันที สิ่งสกปรกต่าง ๆ ก็จะเกิดการอุดตันได้

วิธีรักษาสิวอุดตัน

วิธัรักษาสิวอุดตัน

สิวอุดตันหายเองได้ไหม? สำหรับคำถามนี้คงต้องตอบว่า ในกรณีที่เป็นสิวอุดตันที่ไม่รุนแรง มีปริมาณสิวไม่มาก และมีขนาดเล็ก คนไข้ก็ยังสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง แต่หากมีความรุนแรง มีปริมาณสิวค่อนข้างมาก และมีขนาดใหญ่ หมอแนะนำว่าควรจะเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อวินิจฉัยความรุนแรงและแนะนำวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด โดยวิธีที่นิยมใช้ในการรักษาสิวอุดตัน มีดังนี้

การรักษาสิวอุดตันด้วยการใช้ยา

เป็นวิธีรักษาเบื้องต้นที่คนไข้สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ หมอแนะนำว่าคนไข้ควรจะเข้ารับคำปรึกษาจากเภสัชกรและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับยาที่เหมาะสมกับสภาพผิวรวมถึงปัญหาสิวที่เป็นอยู่ เช่น Benzoyl Peroxide, Azelaic Acid, Salicyclid Acid, Glycolic Acid, Retinoids เป็นต้น

การกดสิว

การกดสิว จะเป็นการนำหัวสิวที่อุดตันอยู่ออกมาก ทำให้ตัวเม็ดสิวยุบตัวลง ทั้งนี้ การรักษาสิวอุดตันด้วยการกดสิว ควรดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะหากกดสิวผิดวิธีก็อาจทำให้สิวเกิดการอักเสบและกลายเป็นหลุมสิวขึ้นมาได้

การเลเซอร์

การเลเซอร์ จะเป็นการรักษาสิวอุดตันด้วยการยิงเลเซอร์ลงไปบริเวณสิวที่มีการอุดตันเพื่อเปิดหัวสิว และง่ายต่อการกดหัวสิวออก ซึ่งนับว่าเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ค่อนข้างดี แต่หากรักษาโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ ก็อาจจะทำให้ผิวบางลง ผิวไหม้ และระคายเคืองต่อสารเคมี รวมถึงแสงแดดได้ง่ายขึ้น และเกิดปัญหาฝ้า กระ หรือจุดด่างดำตามมาในภายหลังได้

การฉีดยา

เป็นการฉีดยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) เข้าชั้นผิวหนังบริเวณที่เกิดสิว เหมาะกับการรักษาสิวอุดตันขนาดใหญ่ สิวซีสต์ สิวหัวช้าง ซึ่งหลังการรักษาอาจเกิดรอยบุ๋มและรอยแผลเป็นหลังจากผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่จะไม่เหมาะกับคนไข้ที่มีประวัติแพ้ยาไครแอมซิโนโลน คนไข้ที่เป็นวัณโรคหรือติดเชื้อราที่ผิวหนัง โรคเบาหวานชนิดควบคุมอาการไม่ได้

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แก้ปัญหา รักษาสิวอุดตัน ที่ M VITA CLINIC

สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาสิวสิวอุดตัน หากทิ้งไว้นานอาจก่อให้เกิดสิวอักเสบในอนาคตได้ รักษาด้วยวิธีไหนก็ไม่หายขาด สามารถเข้ามาปรึกษาหมอเอ็ม ที่ M VITA CLINIC ได้เลย เพราะที่คลินิกของเรามีโปรแกรมรักษาสิวที่จะช่วยให้คนไข้บอกลาปัญหาสิว และมีสภาพผิวที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในบทความนี้หมอจะขอ 2 โปรแกรมที่ตอบโจทย์กับคนไข้ที่มีปัญหาสิวขึ้นเยอะผิดปกติ ดังนี้

โปรแกรม Medi-Aclear โปรแกรม Medi-Aclear เป็นการรักษาสิวที่ประเมินการรักษาโดยแพทย์ และดำเนินการรักษาล้ำลึกตั้งแต่ทรีตเมนต์รักษาสิว จนถึงกระบวนการสุดท้ายที่เป็นการเลเซอร์รักษารอยสิว โดยมีขั้นตอนการรักษาถึง 8 ขั้นตอน นอกจากนี้คนไข้ยังจะได้รับยารักษาตามการประเมินของแพทย์ร่วมด้วย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการเข้ารักษาสิวในโปรแกรม Medi-Aclear สิวลดลงและรอยสิวจะจางลงได้มากถึง 80-90% สามารถรักษาได้ทั้งสิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวผด สิวมีหัว ฯลฯ ราคารายครั้ง 3,500.- / 5 ครั้ง 10,500.- / 10 ครั้ง 17,000.-

โปรแกรมรักษาสิวและเลเซอร์รอยสิว Medi-Aclear

โปรแกรม Ultima-Clear โปรแกรมรักษาสิวด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ Long Pulse Diode 1450nm ชนิดพิเศษที่จะส่งพลังงานลงสู่ต่อมไขมัน เพื่อลดความมันของผิวหน้า และลดการเกิดสิวใหม่ โดยจะออกฤทธิ์ได้ผลเทียบเท่ากับการทานยารักษาสิว โดยที่คนไข้ไม่จำเป็นต้องทานยา ก็เห็นผลการรักษาที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จึงเหมาะกับคนไข้ท่านที่ไม่ชอบการทานยา หรืออยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถทานยาได้ ราคารายครั้ง 1,500.-  / 10 ครั้ง 10,000.-

โปรแกรมรักษาสิวและรอย ไม่ทานยา Ultima-Clear

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิวอุดตัน

วิธีดูเเลตัวเองเมื่อเป็นสิวอุดตัน

การดูแลตัวเองที่ถูกต้อง นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบ รวมถึงช่วยลดโอกาสเกิดสิวอุดตันในอนาคต โดยวิธีดูแลตัวเองที่ควรทำตาม มีดังนี้

  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยน
  • ล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็น นอกจากนี้ยังไม่ควรขัดถูหน้าแรง ๆ
  • เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันการอุดตัน
  • งดการทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
  • ลดการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น รวมถึงงดการแกะ และบีบสิว
  • ล้างเครื่องสำอางแบบสองขั้นตอน (Double Cleansing)
  • หากต้องเจอกับเหงื่อ ฝุ่น ควัน และสิ่งสกปรก ควรรีบล้างหน้าในทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวอุดตัน ตอบโดยแพทย์รักษาสิวเฉพาะทาง

1. ทำไมสิวอุดตันขึ้นทุกวัน?

สิวอุดตัน (Comedones) สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น สภาพอากาศร้อน, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน, อาการแพ้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าหรือเส้นผม, มลภาวะต่าง ๆ ที่พบเจอในชีวิตประจำวัน, ความเครียด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่แปลกเลยที่จะเกิดสิวอุดตันขึ้นทุกวัน

2. สิวอุดตันปล่อยให้หายเองได้ไหม?

สิวอุดตันสามารถหายเองได้ในคนไข้ที่มีผิวแข็งแรง ผิวสุขภาพดี โดยหัวสิวจะหลุดหรือหายไปเอง แต่ทางที่ดีก็ไม่ควรปล่อยเอาไว้ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบที่รักษายาและอาจกลายเป็นหลุมสิวในอนาคตได้ ดังนั้นทางที่ดีจึงควรปรึกษาแพทย์รักษาสิวเพื่อวินิจฉัยและรับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีรักษาที่เหมาะสมจะดีกว่า

3. ทำไงให้สิวอุดตันหาย?

สิวอุดตันมีวิธีรักษาให้หายได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

  • รักษาด้วยการทายา
  • รักษาด้วยการทานยาปฏิชีวนะ
  • รักษาด้วยการฉีดยา
  • รักษาด้วยการเลเซอร์
  • รักษาด้วยการกดสิว

4. สิวอุดตันใช้เวลารักษากี่เดือน?

ระยะเวลาในการรักษาสิวอุดตัน จะขึ้นอยู่กับปริมาณและระดับความรุนแรงของสิว ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จนถึง 1 เดือน

5. กินอะไรลดสิวอุดตัน?

หากคนไข้เป็นสิวอุดตัน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลและไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปต่าง ๆ ซึ่งอาหารที่ช่วยลดการเกิดสิวอุดตันได้ มีดังนี้

  • ผักสีเขียว เช่น คะน้า บล็อกโคลี่
  • เนื้อสัตว์ต่าง ๆ 
  • ไขมันดี
  • ขนมปังธัญพืช
  • ข้าวแดง ข้าวไรซ์เบอรี่
  • ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยและไฟเบอร์สูง เช่น ฝรั่ง แอปเปิล ส้ม
  • ธัญพืชแบบเต็มเม็ด
  • ถั่ว
  • อาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวโอ๊ต ถั่วเลนทิล ถั่วเหลือง

6. ควรกดสิวอุดตันบ่อยแค่ไหน?

การกดสิวอุดตันไม่ควรกดออกภายในครั้งเดียว เพราะจะทำให้ผิวอ่อนแอ ดังนั้นจึงควรทยอยกดออกทุก ๆ สัปดาห์ นอกจากนี้ยังสามารถทำได้กับสิวหัวขาวหรือสิวหัวปิด แต่ควรจะดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการอักเสบและติดเชื้อจนกลายเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ได้

7. สิวอุดตันไม่ควรใช้อะไร?

คนไข้ที่เป็นสิวอุดตัน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาฮอร์โมน ยาคุมกำเนิด หรือยาสเตียรอยด์มารับประทานเองโดยเด็ดขาด หากต้องการรักษาสิวอุดตันด้วยการใช้ยา ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์รักษาสิวเฉพาะทางจะดีกว่า

จัดการสิวอุดตันให้หายขาด M VITA CLINIC ช่วยได้!

ปัญหาสิวอุดตัน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย ทั้งฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิต มลภาวะที่พบเจอในชีวิตประจำวัน และการอุดตันของน้ำมันในรูขุมขน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้น ทางที่ดีจึงควรดูแลผิวให้แข็งแรง รวมถึงให้ความสำคัญกับดูแลผิวหน้าให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสิวอุดตันที่อาจจะพัฒนากลายเป็นปัญหาสิวอักเสบในอนาคตได้ สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาสิวอุดตันและต้องการรักษาให้หายขาดโดยแพทย์รักษาสิวเฉพาะทาง สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลหรือจองคิวเข้ารับบริการได้ที่

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า